ตู้เติมเงิน Pantip

ตู้เติมเงิน Pantip

อะไรนะ! มีด้วยเหรอตู้เติมเงิน Pantip

ก่อนที่ผมจะเริ่มเข้ามาคลุกคลีกับวงการตู้เติมเงินมือถือ ผมหาข้อมูลก็เจอแบบที่จั่วหัวนี่แหละ ตอนนั้นยอมรับเลยว่าสงสัยเอามากๆ เลย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรซักเท่าไร จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้ามาในตลาดตู้เติมเงินอยู่หลายปี จึงเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องของเรื่องมันก็มีที่มาที่ไปยังงี้ครับ

คนที่ต้องการลงตู้เติมเงินสมัยใหม่ เริ่มที่จะมีการค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบทั้งในเรื่องคุณสมบัติ, ราคา, ขนาด, หน้าตา ตลอดจนผู้ให้บริการ และที่สำคัญ ชอบที่จะต้องการรู้การกล่าวถึงทั้งในด้านบวก และด้านลบของบรรดาตู้เติมเงินทั้งหลาย และแหล่งดราม่าอันดับหนึ่ง เอ๊ย! ไม่ใช่ แหล่งที่มีคำวิจารณ์มากที่สุดในเมืองไทย (ผมคิดแบบนั้นนะ) ก็คือเว็บพันทิพย์นั่นแหละ เรียกได้ว่ามีรีวิวแทบจะทุกชนิดสินค้าที่มีในเมืองไทย ตลอดจนสินค้าที่ไม่มีในบ้านเรา หลังจากที่ค้นหาข้อมูลใน Google เพื่อเจาะจงไปที่เว็บพันทิพย์ คำง่ายๆ สั้นๆ ของวงการตู้เติมเงินนั่นก็ไม่พ้นคำว่า ตู้เติมเงิน pantip จากนั้นบรรดา มาม่าก็เรียงหน้ากระดานกันเข้ามาเพียบเลย

รีวิวตู้เติมเงินบนpantip

ใคร หรือบริษัทตู้เติมเงินที่ทำอะไรชุ่ยๆ ไม่ดี โดยเฉพาะบรรดาตัวแทนขายที่ทำเสียชื่อเสียงให้กับบริษัทเหล่านั้น ก็จะถูกบรรดาผู้ที่มีประสบการณ์ด้านลบเอามาแฉกับบน Pantip นี่แหละ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปัญหาของคนที่ลงติดตั้งตู้เติมเงินไปแล้วๆ เจอปัญหาอย่างที่ไม่ควรเจอะเจอ อย่างเช่น ยอดเงินผิด, เก็บค่าบริการมั่ว, เติมเงินเข้าระบบไม่ได้, เข้าได้แต่ก็ช้ามากๆ ฯลฯ

แฉตู้เติมเงินห่วยแตกบน pantip

ตลอดจนที่เห็นจนชินตาคือการเข้ามาระบาย ความไม่เอาไหนของตู้เติมเงิน(บางค่าย) และความกระล่อนของเซลขายของ(บางคน) แน่นอนว่าเป็นการแฉ กึ่งด่า เสียมากกว่า แต่หลายคนที่มาหาข้อมูลเปรียบเทียบ ก็จะหมั่นอ่านรีวิวของตู้เติมเงินที่เคยได้ยินชื่อกันมาเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่มีเรื่องจริงอยู่นิดนึงว่า ตู้ที่แทบไม่มีปัญหา หรือแบรนด์เล็กแต่ระบบที่เสถียรมากๆ กลับไม่ถูกได้ยินชื่อใน pantip แห่งนี้ ทำให้ยี่ห้อตู้เติมเงินบางยี่ห้อไม่คุ้นหูเอาเสียเลย เขาเหล่านั้นก็ทำตลาดกันไปอย่างเงียบๆ คลีนๆ เพราะไม่มีกระแสดราม่า (จริงๆ เป็นเรื่องดีมาก ที่ไม่ถูกด่าลง pantip)

ก่อนจะสุดท้าย..ใครเป็นยังไง อยู่ที่นโยบายในการผลิตตู้เติมเงินมาขายตั้งแต่แรก

มันมีหลักการง่ายๆ เท่านั้นซึ่งมันออกมาจากจุดประสงค์ของการดำเนินธุรกิจของบริษัทผลิตและจำหน่ายตู้เติมเงิน ว่ามีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค หรือสังคมหรือไม่ ซึ่งไม่มีอะไรมากเลย แบ่งแยกกันง่ายๆ คือ

  1. บริษัทที่เน้นกำไรสูงสุด ที่มาพร้อมปัญหาเยอะสุด เขาจะไม่ใส่ใจระบบซอฟแวร์ (แต่เคลมเว่อร์วัง) และอุปกรณ์ส่วนประกอบภายใน (เกรด mirror)
  2. บริษัทที่เน้นความเสถียรสูงสุด(กำไรต่ำหน่อย) แต่ปัญหาน้อย เขาจะเน้นซอฟแวร์และเซิร์ฟเวอร์ที่มีคุณภาพ และอุปกรณ์ภายในที่เป็นของแท้เท่านั้น

ถ้าทุกบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมตู้เติมเงินมีความเป็นสุภาพบุรุษนักธุรกิจ ไม่เอาเปรียบลูกค้า จัดแต่ของดีมีคุณภาพมาใส่ การถูกด่าเกี่ยวกับตู้เติมเงินที่ pantip ย่อมไม่เกิด หรือไม่รุนแรง ไม่ถูกสาบส่ง วงการนี้ก็จะมีโอกาสพัฒนาสินค้าอื่นๆ ออกมาให้ได้ Wow กันเรื่อยๆ

ใครจะยังไงก็ตาม แต่เราถือคติที่ว่า “ปัญหาของลูกค้า คือปัญหาของเรา” (มันหนีกันไม่พ้น) หากลูกค้าไม่มีปัญหากวนใจ เราก็ไม่ต้องมีภาระในการแก้ไขภายหลัง นี่ต่างหากกำไรที่เกิดจากการลดต้นทุนที่ไม่ควรเกิดขึ้นตามมา

แอบขายเนียนๆ! ตู้ของเราฝากไว้ในใจก่อน คลิกลิงค์นี้ แบรนด์เล็กๆ เน้นคุณภาพ ไม่ชอบกินดราม่า

อยากแฉ หรือแชร์ก็กดที่ไอค่อนด้านล่างเลย หรืออยากวิจารณ์, ให้คำแนะนำ เขียนในช่องคอมเม้นท์ด้านล่างกว่า เลยน้าาาา!

ตู้เติมทรู หัวหอกนำทัพเปิดสงครามตู้เติมเงิน

ตู้เติมทรู หัวหอกนำทัพเปิดสงครามตู้เติมเงิน

true-kiosk-1เอาละสิ ทรูเดินหน้าเกมรุกหนักมาก เมื่อจู่ๆ เปิดตัว ตู้เติมทรู ในงานที่จัดพร้อมกัน 10 จุดกระจายอยู่ในแต่ละภาคทั่วประเทศ ระดมพลพรรคตัวทรูในระดับต่างๆ เข้ามารับทราบข้อมูลข่าวสาร ทิศทางธุรกิจ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้วางเป้าไว้ โดยจุดหลักของการจัดงานอยู่ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมได้ยิงสัญญาณวีดีโอคอลเฟอร์เรนท์ไปยังอีก 10 จุดในจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา พัทยา(ชลบุรี) อยุธยา นครปฐม หาดใหญ่(สงขลา) และอุบลราชธานี

ณ ช่วงเวลาปีนี้ (2560) ค่ายโทรศัพท์มือทรู ก้าวเข้ามาหายใจรดต้นคอ AIS และ Dtac แบบประชิดตัว กลเกมสงครามทางธุรกิจนี้ ซึ่งไม่ว่าใครก็อาจเดากันได้ไม่ยากว่า ทรูมีเป้าหมายก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แน่ๆ จากที่รุกการตลาดอย่างหนักและต่อเนื่องมาโดยตลอด ถ้าเป็นนักกีฬาก็เรียกได้ว่า แรงดีไม่มีตก ทำเอาบรรดาค่ายคลื่นมือถือต่างๆ ต้องพลิกตำรางัดกลยุทธรับมือกันแทบจะวันต่อวันกันเลยทีเดียว เกมธุรกิจที่มีเค้กก้อนมหึมาที่จะตัดแบ่งกันได้มากหรือน้อยมาเป็นเดิมพัน ย่อมน่าศึกษาและติดตามกันอย่างไม่น่ากระพริบตากันเลยทีเดียว

จากที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้ว (2559) ก็เพิ่งจะเกิดการแตกหักไม่มีผลิตภัณฑ์ของ AIS จัดจำหน่ายในร้าน 7-11 ไปหยกๆ ซึ่งจะไม่ว่าด้วยสาเหตุลึกๆ อะไรก็ตาม ทำเอาคนที่เคยเติมเงิน 12Call ต้องเปลี่ยนจุดเติมกันแบบตั้งตัวไม่ติดกันทีเดียว ทำให้ยอดความต้องการเติมเงินของ 12Call ไหลไปตกกับตู้เติมเงินบุญเติมที่หน้าร้านเซเว่นไปเป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมาก็ตู้เติมเงินอื่นๆ ที่ตั้งกระจายกันอยู่ทั่ว นี่ยังไม่นับบริการเติมเงินแบบผ่านมือถือด้วยกันเอง ยังดีที่ Happy ของ Dtac ยังไม่ได้ขยับออกจากร้านเซเว่น ไม่งั้นล่ะก็บุญเติมรับอานิสงฆ์ไปเต็มๆ

มาวันนี้ทรูขยับหมากเดินอีกตาเมื่อออก ตู้เติมทรู จำนวนหลักหมื่นตู้ปูพรมทั่วประเทศ และก็ไม่หนีที่จะติดตั้งหน้าร้าน 7-11 ด้วย นั่นเท่ากับว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นทั้งตู้บุญเติมและตู้เติมทรูตั้งคู่กันอยู่หน้าร้านอย่างแน่นอน ส่วนจะคู่กันนานแค่ไหนและเจ้าที่หน้าร้านเก่าจะต้องย้ายไปหรือเปล่า ซีรี่ส์ไทยๆ แบบนี้รับรองว่าได้ดูกันยาวไปอย่างแน่นอน

ตู้เติมทรู นั้นมีจุดยืนอย่างโดดเด่นในตอนนี้ก็คือ มีบริการเฉพาะผลิตภัณฑ์ของทรูเป็นหลัก อย่างเช่นการเติมเงินมือถือ TureMoveH, ชำระค่าอินเตอร์เน็ตทรู, ชำระค่าทีวีช่องทรู โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ เป็นเงารอเอาไว้ก่อน(ขึ้นเป็นภาพสีเทา/ยังไม่เปิดการบริการ) ส่วนการเพิ่มเติมอะไรเข้ามาอีกนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไปอีกที

ธุรกิจตู้เติมเงินในช่วงเวลานี้มีผู้เล่นอยู่อย่างมากมายหลาย 10 เจ้า หากจะไล่เรียงลำดับเอาจำนวนตู้และความรู้จักมักคุ้นในชื่อยี่ห้อนั้น (ไม่ได้แยกประเภทลักษณะการทำธุรกิจ) ณ เวลานี้ก็ต้องบอกว่า บุญเติมก็ยังเป็นอันดับแรก อันดับสองตามมาด้วยตู้เติมเงินเติมสบายของเอเจ ซึ่งเพิ่งจะก้าวเข้ามาในวงการได้ไม่นานเลย อันดับสามตู้เติมเงินกระปุก หรือกระปุกท็อปอัพ คงไม่ต้องกล่าวถึงตู้เติมเงินอื่นๆ ซึ่งก็มีจำนวนตู้ที่กระจายกันไม่น้อยอยู่กันหลายพื้นที่

ถ้าจะบอกว่าการก้าวเข้ามาของตู้เติมเงินของทรู หรือตู้เติมทรู จะสร้างผลกระทบให้อุตสหกรรมตู้เติมเงินนั้น ก็ต้องบอกว่ามีแน่นอน แต่หลายยี่ห้อก็ไม่ได้กังวลอะไรกันมากนัก (แต่ก็ไม่ได้ประมาท) เนื่องจากแต่ละบริษัทมีทั้งจุดแข็ง และความแตกต่างกันไปเป็นจุดยืนกันอยู่แล้ว ที่สำคัญในแวดวงอุตสหกรรมตู้เติมเงินที่เป็นตัวจริงนั้น มีการพัฒนาทั้งซอฟแวร์และระบบกันมาอย่างต่อเนื่องกันมาโดยตลอด

ธุรกิจนี้จะเป็นแบบ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก หรือแบบ ปลาเร็วกินปลาช้า เรามาร่วมดูด้วยกันเลยดีกว่า ส่วนใครที่คิดเห็นอะไรที่ต่างออกไปอย่าลืมแชร์ความเห็นกันไว้ด้วยนะ จะได้เห็นมุมมองจากผู้คนในแต่ละวงการด้วย

ธุรกิจตู้เติมเงินทำควบคู่งานประจำ..ได้จริงหรือ

ธุรกิจตู้เติมเงินทำควบคู่งานประจำ..ได้จริงหรือ

 

2-income

ใช่คุณหรือเปล่าที่กำลังมองหาธุรกิจที่สามารถทำได้ควบคู่กับงานประจำ? แหม!ช่างเริ่มต้นถามได้เหมือนจะชวนไปทำธุรกิจขายตรงซะยังไงยังงั้นเลย ขอบอกก่อนเลยนะว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น” อย่างแน่นอน อาชีพหรืองานอื่นๆ ที่สามารถทำควบคู่กันไปได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันนั้นมีอยู่เยอะมากๆ แต่ธุรกิจตู้หยอดเหรียญโดยเฉพาะตู้เติมเงินมือถือนั้น ก็คือธุรกิจที่เป็นไปได้อย่างแท้จริง และเห็นได้ชัดเจนกว่าอย่างอื่นด้วยซ้ำ เพราะอะไรต้องอ่านให้จบ..

หากคุณมีตู้เติมเงินอยู่แล้วคุณย่อมจะเข้าใจทันที
แต่หากยังไม่มีก็…ลองคิดตามเล่นๆ ก่อนนะว่า

สมมติว่าคุณกำลังทำงานอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งจะที่ไหนก็แล้วแต่ หากคุณมีตู้เติมเงินมือถือซึ่งเปิดเครื่องไว้รอคนมาใช้บริการเติมเงินอยู่ ในขณะที่คุณทำงานระหว่างวัน ก็จะมีคนมาเติมเงินเรื่อยๆ (จะมากน้อยอันนี้ขึ้นอยู่กับทำเลด้วยนะ) อย่างแรกก็คือ คนมาใช้บริการเขาทำรายการเอง คุณไม่ได้ไปยืนถามยืนเติมให้เขาซะหน่อย อย่างที่สองคือ เขาต้องทำรายการเองซึ่งก็เป็นขั้นตอนง่ายๆ จากนั้นเขาถึงจะต้องใส่เงินมาเพื่อให้เครื่องสั่งการในการเติมเงินออกไปให้กับเบอร์ที่เขาต้องการให้เติม ซึ่งถ้าไม่ใส่เงินมาก็ไม่มีการเติมเงินไป

พอคนมาใช้บริการใส่เงินตามจำนวนที่เขาต้องการ พร้อมกับค่าบริการที่คุณตั้งไว้ จบรายการปุ๊บ รออีกแปบนึงยอดเงินหรือเครดิตในการใช้โทรศัพท์มือถือของเขาก็เข้าเรียบร้อย ถามว่าคุณกำลังทำอะไร? คำตอบก็เหมือนเดิมคือคุณก็ยังทำงานประจำอยู่ไม่ได้รับรู้หรือยุ่งเกี่ยวในขั้นตอนที่เขาไปทำรายการที่หน้าตู้เลย แต่..คุณได้กำไรจากค่าบริการแล้ว แถมยังได้ส่วนลดจากยอดเติมของยอดที่เขามาเติมอีกต่างหาก

ทีนี้จะรู้ได้ยังไงว่าตู้เติมเงินมันยังทำงานให้คุณอยู่หรือไม่white-bulb-logo

มีการทำรายการไปเท่าไร มียอดและกำไรไปแล้วเท่าไร ง่ายๆ เลย เดี๋ยวนี้ตู้เติมเงินที่ทำมาดีมักจะเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์กันหมดแล้ว เพียงแค่เช็คผ่านออนไลน์ไม่ว่าจะจากคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต หรือแม้แต่สมาร์ทโฟน ก็ทำได้แล้ว ทางผู้ผลิตตู้เติมเงินเขาทำระบบมารองรับให้ผู้ที่เป็นเจ้าของอยู่แล้ว แต่จะต่างกันตรงที่บางเจ้าทำรายงานให้ไม่ละเอียด (ไม่แตกยอดกำไรให้ได้รู้) บางเจ้าก็ทำซะละเอียดยิบเลยว่า ลูกค้ามาเติมเงินครั้งนี้มีกำไรเท่าไร, มียอดส่วนลดให้เท่าไร, วันนี้มีกำไรรวมอยู่ที่เท่าไร, เดือนนี้ยอดเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมดและกำไรทั้งหมดเท่าไร

พอได้คำตอบแบบนี้ลองย้อนกลับไปคำถามที่คาใจก่อนที่ได้มาอ่านนี้กันดู ว่ามันเป็นธุรกิจที่เดินขนานควบคู่กันไปในเวลาเดียวกันกับที่คุณยังทำงานประจำอยู่หรือไม่ แถมให้อีกนิดนะรายได้หรือกำไรที่เกิดจากการใช้งานนี่มันเกิดขึ้นแบบครั้งต่อครั้งเลยนะ ซึ่งมันอาจจะทยอยได้ทีละเล็กที่ละน้อยไม่ได้มาเป็นก้อนๆ เทียบกับงานประจำที่กำลังส่วนใหญ่ต้องรอเวลามาบรรจบครบรอบกันก่อนไม่ใช่หรือ เงินน่ะมันมาสองทางย่อมจะดีกว่ามีแค่ช่องทางเดียว

ทำให้นึกถึงคาถาเศรษฐีอยู่ข้อหนึ่ง ที่ว่า “อย่าหมิ่นเงินน้อย”

ตู้เติมเงินมือถือนี่แหละสร้างเงินน้อยแบบทยอยมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปขายของ ทำควบคู่งานอะไรก็ได้ในเวลาเดียวกัน หากว่ายังงงๆ หรืออยากพูดคุยเพิ่มเติมแอด LINE มาคุยกันครับ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการทำเงินด้วยตู้เติมเงินนั้นยังมีอีกน้าา

line-at-vending-248x3001

อ่านจบแล้ว เม้นท์ได้ ด่าได้ แต่อย่างแรงน้าาา! รออัลไลอยู่..จัดเล้ย..ในช่องด้านล่างนี้

ตู้สีข้าวหยอดเหรียญของญี่ปุ่น

ตู้สีข้าวหยอดเหรียญของญี่ปุ่น

เครดิตภาพ http://www.clinictech.most.go.th/

เครดิตภาพ http://www.clinictech.most.go.th/

ญี่ปุ่นจัดว่าเป็นประเทศที่ล้ำนำหน้าในเรื่องนวัตกรรม ชาวนาญี่ปุ่นสุดไฮเทคใช้เครื่องสีข้าวแบบตู้หยอดเหรียญซึ่งไม่ต้องอาศัยพึ่งพาโรงสีขนาดใหญ่เหมือนอย่างในบ้านเรา แค่มีข้าวเปลือกในจำนวนไม่ต้องมากก็สามารถนำไปสีข้าวเอง ที่เครื่องสีข้าวที่ตั้งประจำตามจุดที่มีอยู่เท่านั้น

ในบ้านเรา ชาวนาไทยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาโรงสีในท้องถิ่นในการสีข้าว ทั้งในการขายข้าวเปลือกให้กับโรงสี หรือแม้แต่นำข้าวเปลือกของตัวเองไปจ้างโรงสีข้าวเพื่อทำการสีข้าวเพื่อเอากลับมาเก็บไว้กินเอง ในเรื่องนี้หลังนี้ผมมีประสบการณ์ไปได้รับรู้ด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาสไปเที่ยวในท้องถิ่นชนบท แต่สิ่งที่ได้รับรู้จากตรงนั้นถือว่าสุดยอดมากเลยนั้นคือ ข้าวที่เก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ หลังจากสีออกมาและนำไปหุงแล้วนั้น หอมมาก เรียกว่าหุงในครัวแต่หอมยางข้าวฟุ้งไปทั้งบ้านเลย

ส่วนวีดีโอด้านล่างนั้นเป็นประสบการณ์ของคนไทยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้นำข้าวเปลือกไปสีกับตู้สีข้าวหยอดเหรียญ ซึ่งเป็นกิจกรรมปกติที่หากว่าเกิดขึ้นในบ้านเรานั้นน่าจะเรียกได้ว่า น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียว

แต่ก็ไม่แน่นะว่าอีกไม่นาน เราอาจจะมีการผลิตเจ้าเครื่องสีข้าวแบบหยอดเหรียญขึ้นมาในบ้านเรานี้บ้างก็ได้ ยังไงเสียอย่าลืมติดตามกันนะครับ นักประดิษฐ์ในบ้านเราไม่แพ้ชาติใดในโลกอยู่แล้ว ถ้ามีเดี๋ยวผมจะมาอัพเดตในเว็บนี้กันต่อนะครับ

ดูจบแล้ว!..ใครมีความเห็นเป็นอย่างไร หรือมีข้อแนะนำดีๆ
อย่าลืมช่วยออกความเห็นหรือทิ้งคอมเม้นท์กันไว้ในด้านล่างนี้นะครับ

(VDO: Cr. roy dejapon)

เฮ้ย!ทำไมมีค่ารายเดือนด้วยล่ะ?

เฮ้ย!ทำไมมีค่ารายเดือนด้วยล่ะ?

sim-mobile

มีหลายครั้งที่ผมคุยกับท่านที่สนใจตู้เติมเงินออนไลน์ออมสิน มีคำถามที่น่าสนใจมากที่ผมอยากจะแชร์ให้ฟัง เผื่ออาจจะเป็นสิ่งที่คุณอาจจะสงสัยอยู่เหมือนกัน จากที่ได้พูดคุยกันคร่าวๆ แบบนี้ครับ

ลูกค้า: มีค่าบริการรายเดือนมั้ย

ผม: มีครับ เป็นค่าเชื่อมต่อของซิมเหมือนกับที่จ่ายค่ามือถือรายเดือนครับ ซึ่งค่าบริการนี้รวมกับค่าเซอร์วิสอื่นๆ ด้วย แต่รวมแล้วเดือนละ xxx ต่อเดือนครับ

ลูกค้า: อ้าว! ในเมื่อผมซื้อขาดมาแล้วทำไมผมต้องจ่ายในส่วนนี้ด้วยล่ะ

ผม: ตอนนี้ตู้เติมเงินส่วนใหญ่เปลี่ยนมาทำเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์กันเกือบทั้งหมดแล้วครับ จะใช้ซิมเดียวในการเชื่อมต่อระบบ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องจ่ายค่าซิมรายเดือนอยู่แล้วครับ อย่างน้อยก็เป็นการซื้อชั่วโมงอินเตอร์เน็ตซึ่งจำเป็นต้องใช้ครับ คล้ายกับเราใช้มือถือแบบเติมเงินยังไงก็ต้องเติมเงินไปก่อนใช้ แต่หากใช้แบบรายเดือนก็ต้องซื้อโปรต่อเดือนอยู่ดีครับ

ครับ! ไม่ว่าเจ้าของตู้เติมเงินแบบไหน จะเป็นแบบเซิร์ฟเวอร์หรือแบบแยก 3 ซิมก็ดี ยังไงก็ไม่สามารถหนีค่าบริการต่อซิมได้ ลองนึกตามอย่างคำตอบที่ผ่านมานะครับ ซิมแบบเติมเงินยังก็ต้องเติมเงินก่อนถึงจะโทรได้ ยิ่งบางค่ายต้องซื้อชั่วโมงเน็ตแยกอีกต่างหาก ซิมแบบรายเดือนก็แบบโทรก่อนจ่ายทีหลัง อาจจะเป็นจ่ายตามจริงหรือแบบซื้อโปรเหมา และก็มักจะมีชั่วโมงอินเตอร์เน็ตควบมาให้ด้วย

เพราะฉะนั้นตู้เติมเงินมือถือ ที่ใช้ซิมโทรศัพท์เป็นตัวเชื่อมต่อสัญญาณก็จำเป็นต้องมีค่าบริการรายเดือนอย่างแน่นอน

แต่ก็จะมีคำถามแถมๆ มาอีกอย่างคือ แล้วสามารถเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ wi-fi บ้านได้มั้ยจะได้ประหยัดค่าซิมรายเดือน ซึ่งคำตอบก็คือบางรุ่นบางยี่ห้อทำได้ และบางยี่ห้อก็ทำไม่ได้ครับ เพราะอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อไม่เหมือนกัน แต่ต่อให้เชื่อมต่อ wi-fi ได้ก็ไม่แนะนำครับสำหรับตู้เติมเงินออนไลน์ เพราะถ้าใช้ wi-fi นั่นเท่ากับว่า ต้องไม่มีการปิดเราเตอร์หรือตัวกระจายสัญญาณตลอดไป แถมระยะทางระหว่างเราเตอร์กับตู้บางที่อาจจะไกลกันมากอีกด้วย ใช้ซิมเชื่อมต่อน่ะดีแล้วครับเผื่อวันข้างหน้าอาจจะมีการย้ายจุดติดตั้งก็สามารถทำได้ทันทีเลยครับ