ตู้เติมเงิน Pantip

ตู้เติมเงิน Pantip

อะไรนะ! มีด้วยเหรอตู้เติมเงิน Pantip

ก่อนที่ผมจะเริ่มเข้ามาคลุกคลีกับวงการตู้เติมเงินมือถือ ผมหาข้อมูลก็เจอแบบที่จั่วหัวนี่แหละ ตอนนั้นยอมรับเลยว่าสงสัยเอามากๆ เลย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรซักเท่าไร จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้ามาในตลาดตู้เติมเงินอยู่หลายปี จึงเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องของเรื่องมันก็มีที่มาที่ไปยังงี้ครับ

คนที่ต้องการลงตู้เติมเงินสมัยใหม่ เริ่มที่จะมีการค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบทั้งในเรื่องคุณสมบัติ, ราคา, ขนาด, หน้าตา ตลอดจนผู้ให้บริการ และที่สำคัญ ชอบที่จะต้องการรู้การกล่าวถึงทั้งในด้านบวก และด้านลบของบรรดาตู้เติมเงินทั้งหลาย และแหล่งดราม่าอันดับหนึ่ง เอ๊ย! ไม่ใช่ แหล่งที่มีคำวิจารณ์มากที่สุดในเมืองไทย (ผมคิดแบบนั้นนะ) ก็คือเว็บพันทิพย์นั่นแหละ เรียกได้ว่ามีรีวิวแทบจะทุกชนิดสินค้าที่มีในเมืองไทย ตลอดจนสินค้าที่ไม่มีในบ้านเรา หลังจากที่ค้นหาข้อมูลใน Google เพื่อเจาะจงไปที่เว็บพันทิพย์ คำง่ายๆ สั้นๆ ของวงการตู้เติมเงินนั่นก็ไม่พ้นคำว่า ตู้เติมเงิน pantip จากนั้นบรรดา มาม่าก็เรียงหน้ากระดานกันเข้ามาเพียบเลย

รีวิวตู้เติมเงินบนpantip

ใคร หรือบริษัทตู้เติมเงินที่ทำอะไรชุ่ยๆ ไม่ดี โดยเฉพาะบรรดาตัวแทนขายที่ทำเสียชื่อเสียงให้กับบริษัทเหล่านั้น ก็จะถูกบรรดาผู้ที่มีประสบการณ์ด้านลบเอามาแฉกับบน Pantip นี่แหละ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปัญหาของคนที่ลงติดตั้งตู้เติมเงินไปแล้วๆ เจอปัญหาอย่างที่ไม่ควรเจอะเจอ อย่างเช่น ยอดเงินผิด, เก็บค่าบริการมั่ว, เติมเงินเข้าระบบไม่ได้, เข้าได้แต่ก็ช้ามากๆ ฯลฯ

แฉตู้เติมเงินห่วยแตกบน pantip

ตลอดจนที่เห็นจนชินตาคือการเข้ามาระบาย ความไม่เอาไหนของตู้เติมเงิน(บางค่าย) และความกระล่อนของเซลขายของ(บางคน) แน่นอนว่าเป็นการแฉ กึ่งด่า เสียมากกว่า แต่หลายคนที่มาหาข้อมูลเปรียบเทียบ ก็จะหมั่นอ่านรีวิวของตู้เติมเงินที่เคยได้ยินชื่อกันมาเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่มีเรื่องจริงอยู่นิดนึงว่า ตู้ที่แทบไม่มีปัญหา หรือแบรนด์เล็กแต่ระบบที่เสถียรมากๆ กลับไม่ถูกได้ยินชื่อใน pantip แห่งนี้ ทำให้ยี่ห้อตู้เติมเงินบางยี่ห้อไม่คุ้นหูเอาเสียเลย เขาเหล่านั้นก็ทำตลาดกันไปอย่างเงียบๆ คลีนๆ เพราะไม่มีกระแสดราม่า (จริงๆ เป็นเรื่องดีมาก ที่ไม่ถูกด่าลง pantip)

ก่อนจะสุดท้าย..ใครเป็นยังไง อยู่ที่นโยบายในการผลิตตู้เติมเงินมาขายตั้งแต่แรก

มันมีหลักการง่ายๆ เท่านั้นซึ่งมันออกมาจากจุดประสงค์ของการดำเนินธุรกิจของบริษัทผลิตและจำหน่ายตู้เติมเงิน ว่ามีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค หรือสังคมหรือไม่ ซึ่งไม่มีอะไรมากเลย แบ่งแยกกันง่ายๆ คือ

  1. บริษัทที่เน้นกำไรสูงสุด ที่มาพร้อมปัญหาเยอะสุด เขาจะไม่ใส่ใจระบบซอฟแวร์ (แต่เคลมเว่อร์วัง) และอุปกรณ์ส่วนประกอบภายใน (เกรด mirror)
  2. บริษัทที่เน้นความเสถียรสูงสุด(กำไรต่ำหน่อย) แต่ปัญหาน้อย เขาจะเน้นซอฟแวร์และเซิร์ฟเวอร์ที่มีคุณภาพ และอุปกรณ์ภายในที่เป็นของแท้เท่านั้น

ถ้าทุกบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมตู้เติมเงินมีความเป็นสุภาพบุรุษนักธุรกิจ ไม่เอาเปรียบลูกค้า จัดแต่ของดีมีคุณภาพมาใส่ การถูกด่าเกี่ยวกับตู้เติมเงินที่ pantip ย่อมไม่เกิด หรือไม่รุนแรง ไม่ถูกสาบส่ง วงการนี้ก็จะมีโอกาสพัฒนาสินค้าอื่นๆ ออกมาให้ได้ Wow กันเรื่อยๆ

ใครจะยังไงก็ตาม แต่เราถือคติที่ว่า “ปัญหาของลูกค้า คือปัญหาของเรา” (มันหนีกันไม่พ้น) หากลูกค้าไม่มีปัญหากวนใจ เราก็ไม่ต้องมีภาระในการแก้ไขภายหลัง นี่ต่างหากกำไรที่เกิดจากการลดต้นทุนที่ไม่ควรเกิดขึ้นตามมา

แอบขายเนียนๆ! ตู้ของเราฝากไว้ในใจก่อน คลิกลิงค์นี้ แบรนด์เล็กๆ เน้นคุณภาพ ไม่ชอบกินดราม่า

อยากแฉ หรือแชร์ก็กดที่ไอค่อนด้านล่างเลย หรืออยากวิจารณ์, ให้คำแนะนำ เขียนในช่องคอมเม้นท์ด้านล่างกว่า เลยน้าาาา!

ตู้เติมทรู หัวหอกนำทัพเปิดสงครามตู้เติมเงิน

ตู้เติมทรู หัวหอกนำทัพเปิดสงครามตู้เติมเงิน

true-kiosk-1เอาละสิ ทรูเดินหน้าเกมรุกหนักมาก เมื่อจู่ๆ เปิดตัว ตู้เติมทรู ในงานที่จัดพร้อมกัน 10 จุดกระจายอยู่ในแต่ละภาคทั่วประเทศ ระดมพลพรรคตัวทรูในระดับต่างๆ เข้ามารับทราบข้อมูลข่าวสาร ทิศทางธุรกิจ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้วางเป้าไว้ โดยจุดหลักของการจัดงานอยู่ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมได้ยิงสัญญาณวีดีโอคอลเฟอร์เรนท์ไปยังอีก 10 จุดในจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา พัทยา(ชลบุรี) อยุธยา นครปฐม หาดใหญ่(สงขลา) และอุบลราชธานี

ณ ช่วงเวลาปีนี้ (2560) ค่ายโทรศัพท์มือทรู ก้าวเข้ามาหายใจรดต้นคอ AIS และ Dtac แบบประชิดตัว กลเกมสงครามทางธุรกิจนี้ ซึ่งไม่ว่าใครก็อาจเดากันได้ไม่ยากว่า ทรูมีเป้าหมายก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แน่ๆ จากที่รุกการตลาดอย่างหนักและต่อเนื่องมาโดยตลอด ถ้าเป็นนักกีฬาก็เรียกได้ว่า แรงดีไม่มีตก ทำเอาบรรดาค่ายคลื่นมือถือต่างๆ ต้องพลิกตำรางัดกลยุทธรับมือกันแทบจะวันต่อวันกันเลยทีเดียว เกมธุรกิจที่มีเค้กก้อนมหึมาที่จะตัดแบ่งกันได้มากหรือน้อยมาเป็นเดิมพัน ย่อมน่าศึกษาและติดตามกันอย่างไม่น่ากระพริบตากันเลยทีเดียว

จากที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้ว (2559) ก็เพิ่งจะเกิดการแตกหักไม่มีผลิตภัณฑ์ของ AIS จัดจำหน่ายในร้าน 7-11 ไปหยกๆ ซึ่งจะไม่ว่าด้วยสาเหตุลึกๆ อะไรก็ตาม ทำเอาคนที่เคยเติมเงิน 12Call ต้องเปลี่ยนจุดเติมกันแบบตั้งตัวไม่ติดกันทีเดียว ทำให้ยอดความต้องการเติมเงินของ 12Call ไหลไปตกกับตู้เติมเงินบุญเติมที่หน้าร้านเซเว่นไปเป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมาก็ตู้เติมเงินอื่นๆ ที่ตั้งกระจายกันอยู่ทั่ว นี่ยังไม่นับบริการเติมเงินแบบผ่านมือถือด้วยกันเอง ยังดีที่ Happy ของ Dtac ยังไม่ได้ขยับออกจากร้านเซเว่น ไม่งั้นล่ะก็บุญเติมรับอานิสงฆ์ไปเต็มๆ

มาวันนี้ทรูขยับหมากเดินอีกตาเมื่อออก ตู้เติมทรู จำนวนหลักหมื่นตู้ปูพรมทั่วประเทศ และก็ไม่หนีที่จะติดตั้งหน้าร้าน 7-11 ด้วย นั่นเท่ากับว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นทั้งตู้บุญเติมและตู้เติมทรูตั้งคู่กันอยู่หน้าร้านอย่างแน่นอน ส่วนจะคู่กันนานแค่ไหนและเจ้าที่หน้าร้านเก่าจะต้องย้ายไปหรือเปล่า ซีรี่ส์ไทยๆ แบบนี้รับรองว่าได้ดูกันยาวไปอย่างแน่นอน

ตู้เติมทรู นั้นมีจุดยืนอย่างโดดเด่นในตอนนี้ก็คือ มีบริการเฉพาะผลิตภัณฑ์ของทรูเป็นหลัก อย่างเช่นการเติมเงินมือถือ TureMoveH, ชำระค่าอินเตอร์เน็ตทรู, ชำระค่าทีวีช่องทรู โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ เป็นเงารอเอาไว้ก่อน(ขึ้นเป็นภาพสีเทา/ยังไม่เปิดการบริการ) ส่วนการเพิ่มเติมอะไรเข้ามาอีกนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไปอีกที

ธุรกิจตู้เติมเงินในช่วงเวลานี้มีผู้เล่นอยู่อย่างมากมายหลาย 10 เจ้า หากจะไล่เรียงลำดับเอาจำนวนตู้และความรู้จักมักคุ้นในชื่อยี่ห้อนั้น (ไม่ได้แยกประเภทลักษณะการทำธุรกิจ) ณ เวลานี้ก็ต้องบอกว่า บุญเติมก็ยังเป็นอันดับแรก อันดับสองตามมาด้วยตู้เติมเงินเติมสบายของเอเจ ซึ่งเพิ่งจะก้าวเข้ามาในวงการได้ไม่นานเลย อันดับสามตู้เติมเงินกระปุก หรือกระปุกท็อปอัพ คงไม่ต้องกล่าวถึงตู้เติมเงินอื่นๆ ซึ่งก็มีจำนวนตู้ที่กระจายกันไม่น้อยอยู่กันหลายพื้นที่

ถ้าจะบอกว่าการก้าวเข้ามาของตู้เติมเงินของทรู หรือตู้เติมทรู จะสร้างผลกระทบให้อุตสหกรรมตู้เติมเงินนั้น ก็ต้องบอกว่ามีแน่นอน แต่หลายยี่ห้อก็ไม่ได้กังวลอะไรกันมากนัก (แต่ก็ไม่ได้ประมาท) เนื่องจากแต่ละบริษัทมีทั้งจุดแข็ง และความแตกต่างกันไปเป็นจุดยืนกันอยู่แล้ว ที่สำคัญในแวดวงอุตสหกรรมตู้เติมเงินที่เป็นตัวจริงนั้น มีการพัฒนาทั้งซอฟแวร์และระบบกันมาอย่างต่อเนื่องกันมาโดยตลอด

ธุรกิจนี้จะเป็นแบบ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก หรือแบบ ปลาเร็วกินปลาช้า เรามาร่วมดูด้วยกันเลยดีกว่า ส่วนใครที่คิดเห็นอะไรที่ต่างออกไปอย่าลืมแชร์ความเห็นกันไว้ด้วยนะ จะได้เห็นมุมมองจากผู้คนในแต่ละวงการด้วย

ธุรกิจตู้เติมเงินทำควบคู่งานประจำ..ได้จริงหรือ

ธุรกิจตู้เติมเงินทำควบคู่งานประจำ..ได้จริงหรือ

 

2-income

ใช่คุณหรือเปล่าที่กำลังมองหาธุรกิจที่สามารถทำได้ควบคู่กับงานประจำ? แหม!ช่างเริ่มต้นถามได้เหมือนจะชวนไปทำธุรกิจขายตรงซะยังไงยังงั้นเลย ขอบอกก่อนเลยนะว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น” อย่างแน่นอน อาชีพหรืองานอื่นๆ ที่สามารถทำควบคู่กันไปได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันนั้นมีอยู่เยอะมากๆ แต่ธุรกิจตู้หยอดเหรียญโดยเฉพาะตู้เติมเงินมือถือนั้น ก็คือธุรกิจที่เป็นไปได้อย่างแท้จริง และเห็นได้ชัดเจนกว่าอย่างอื่นด้วยซ้ำ เพราะอะไรต้องอ่านให้จบ..

หากคุณมีตู้เติมเงินอยู่แล้วคุณย่อมจะเข้าใจทันที
แต่หากยังไม่มีก็…ลองคิดตามเล่นๆ ก่อนนะว่า

สมมติว่าคุณกำลังทำงานอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งจะที่ไหนก็แล้วแต่ หากคุณมีตู้เติมเงินมือถือซึ่งเปิดเครื่องไว้รอคนมาใช้บริการเติมเงินอยู่ ในขณะที่คุณทำงานระหว่างวัน ก็จะมีคนมาเติมเงินเรื่อยๆ (จะมากน้อยอันนี้ขึ้นอยู่กับทำเลด้วยนะ) อย่างแรกก็คือ คนมาใช้บริการเขาทำรายการเอง คุณไม่ได้ไปยืนถามยืนเติมให้เขาซะหน่อย อย่างที่สองคือ เขาต้องทำรายการเองซึ่งก็เป็นขั้นตอนง่ายๆ จากนั้นเขาถึงจะต้องใส่เงินมาเพื่อให้เครื่องสั่งการในการเติมเงินออกไปให้กับเบอร์ที่เขาต้องการให้เติม ซึ่งถ้าไม่ใส่เงินมาก็ไม่มีการเติมเงินไป

พอคนมาใช้บริการใส่เงินตามจำนวนที่เขาต้องการ พร้อมกับค่าบริการที่คุณตั้งไว้ จบรายการปุ๊บ รออีกแปบนึงยอดเงินหรือเครดิตในการใช้โทรศัพท์มือถือของเขาก็เข้าเรียบร้อย ถามว่าคุณกำลังทำอะไร? คำตอบก็เหมือนเดิมคือคุณก็ยังทำงานประจำอยู่ไม่ได้รับรู้หรือยุ่งเกี่ยวในขั้นตอนที่เขาไปทำรายการที่หน้าตู้เลย แต่..คุณได้กำไรจากค่าบริการแล้ว แถมยังได้ส่วนลดจากยอดเติมของยอดที่เขามาเติมอีกต่างหาก

ทีนี้จะรู้ได้ยังไงว่าตู้เติมเงินมันยังทำงานให้คุณอยู่หรือไม่white-bulb-logo

มีการทำรายการไปเท่าไร มียอดและกำไรไปแล้วเท่าไร ง่ายๆ เลย เดี๋ยวนี้ตู้เติมเงินที่ทำมาดีมักจะเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์กันหมดแล้ว เพียงแค่เช็คผ่านออนไลน์ไม่ว่าจะจากคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต หรือแม้แต่สมาร์ทโฟน ก็ทำได้แล้ว ทางผู้ผลิตตู้เติมเงินเขาทำระบบมารองรับให้ผู้ที่เป็นเจ้าของอยู่แล้ว แต่จะต่างกันตรงที่บางเจ้าทำรายงานให้ไม่ละเอียด (ไม่แตกยอดกำไรให้ได้รู้) บางเจ้าก็ทำซะละเอียดยิบเลยว่า ลูกค้ามาเติมเงินครั้งนี้มีกำไรเท่าไร, มียอดส่วนลดให้เท่าไร, วันนี้มีกำไรรวมอยู่ที่เท่าไร, เดือนนี้ยอดเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมดและกำไรทั้งหมดเท่าไร

พอได้คำตอบแบบนี้ลองย้อนกลับไปคำถามที่คาใจก่อนที่ได้มาอ่านนี้กันดู ว่ามันเป็นธุรกิจที่เดินขนานควบคู่กันไปในเวลาเดียวกันกับที่คุณยังทำงานประจำอยู่หรือไม่ แถมให้อีกนิดนะรายได้หรือกำไรที่เกิดจากการใช้งานนี่มันเกิดขึ้นแบบครั้งต่อครั้งเลยนะ ซึ่งมันอาจจะทยอยได้ทีละเล็กที่ละน้อยไม่ได้มาเป็นก้อนๆ เทียบกับงานประจำที่กำลังส่วนใหญ่ต้องรอเวลามาบรรจบครบรอบกันก่อนไม่ใช่หรือ เงินน่ะมันมาสองทางย่อมจะดีกว่ามีแค่ช่องทางเดียว

ทำให้นึกถึงคาถาเศรษฐีอยู่ข้อหนึ่ง ที่ว่า “อย่าหมิ่นเงินน้อย”

ตู้เติมเงินมือถือนี่แหละสร้างเงินน้อยแบบทยอยมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปขายของ ทำควบคู่งานอะไรก็ได้ในเวลาเดียวกัน หากว่ายังงงๆ หรืออยากพูดคุยเพิ่มเติมแอด LINE มาคุยกันครับ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการทำเงินด้วยตู้เติมเงินนั้นยังมีอีกน้าา

line-at-vending-248x3001

อ่านจบแล้ว เม้นท์ได้ ด่าได้ แต่อย่างแรงน้าาา! รออัลไลอยู่..จัดเล้ย..ในช่องด้านล่างนี้

ตู้เติมเงิน AJ เติมสบาย

ตู้เติมเงิน AJ เติมสบาย

ต้องยอมรับเลยว่าเขามีกระแสตอบรับค่อนข้างดีสำหรับ ตู้เติมเงินออนไลน์ AJ รุ่นเติมสบาย โดย Vending Cooperation ภายใต้การควบรวมของ AJ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ในแบรนด์ที่คนไทยรู้จักกันมานาน ซึ่งกำหนดความสามารถของตู้เติมเงินตัวนี้ไว้ในเรื่องของการเติมเงิน, การจ่ายชำระบิล ตลอดจนรองรับในการชำระค่าสินค้าออนไลน์

AJ ได้ใช้คอนเซ็ป พระเอกตัวจริง โดยในการเปิดตัวครั้งแรกใช้คุณสมบัติ เมทะนี ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์เก่าแก่ของเอเจ มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ต่อมาภายหลังก่อนครบขวบปีของการทำตู้เติมเงินเติมสบาย ก็ได้มาเปลี่ยนเป็น แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมกับลงทุนแต่งเพลง และทำเอ็มวี เพื่อการโปรโมทออกมาอีกหนึ่งชุด (ครั้งแรกๆ ทำวีดีโอแนะนำสินค้าในแนวพูดคุย ถาม-ตอบ ซึ่งอาจจะไม่โดนเท่าไร) และต่อมีก็มีการทำวีดีโอสื่อย่อยๆ ออกมาเป็นพี่แจ๊ส ไปจ่ายบิลกับตู้เติมสบาย AJ

ตู้เติมเงินตัวนี้ วางตำแหน่งสินค้าเพื่อหายใจรดต้นคอกับเจ้าที่ที่ครองแชมป์อยู่ก่อนหน้า หรือเปล่าไม่ทราบได้ เพราะมีบางจุดที่มาคล้ายๆ กัน แต่ก็ชิงความแตกต่างอยู่ในบางจุด อย่างแรกคือใช้หน้าจอสัมผัสเหมือนกัน แต่เป็นหน้าจอแบบใช้แท็บเล็ต(ระบบปฎิบัติการแอนดรอย)ฝังใน โดยใช้โปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเชื่อมต่อสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ ผ่านซิมโทรศัทพ์ 3G หรือ ในวงการเรียกกันง่ายๆ ว่า ระบบเซิร์ฟเวอร์ทัชสกรีน และโปรแกรมที่รันในแท็บเล็ตนี้ก็เป็นตัวคอยทำงานเชื่อมโยงกับตัวรับเหรียญ และธนบัตรที่อยู่ในตัวเครื่อง ส่วนในเรื่องความเสถียรของโปรแกรมที่กำเนิดขึ้นมาใหม่จะเสถียรหรือไม่ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

เงื่อนไขการประกัน เป็นอย่างไร

“เติมสบาย” by AJ แจ้งในส่วนการรับประกันว่าตลอดการใช้งาน 7 ปี หากอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย หรือทำงานผิดปรกติ ซึ่งเกิดการกระบวนผลิต จะเปลี่ยนอุปกรณ์นั้นๆ ไม่ใช่ซ่อมแซม แถมยังให้ช่างไปบริการถึงที่ด้วยนะ (ภาระผูกพันธ์ตลอด 7 ปี อันนี้ไม่รู้ว่าชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ดูแล ระหว่างคนไปติดตั้งหรือ ศูนย์ประจำท้องถิ่นนั้นๆ หรือจากส่วนของบริษัทโดยตรง)

ต้องใช้เอกสารอะไรประกอบการซื้อ ต้องใช้อะไรบ้าง?

หากเป็นร้านค้าจดทะเบียน ใช้ 1. สำเนาบัตรประชาชน 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาเอกสารการจดทะเบียนร้านค้า หรือสำเนาใบอนุญาตขายเหล้า,บุหรี่ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

แต่หากเป็นบุคคลทั่วไป(ที่ไม่ใช่ร้านค้า) ใช้ 1. สำเนาบัตรประชาชน 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

ส่วนเรื่องราคา

ตู้เติมเงิน AJ เติมสบาย เคาะราคาไว้ที่ 39,000 หรือถ้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปแล้วก็อยู่ที่ราคา 42,693 บาท สำหรับค่าตัวที่มาพร้อมความสามารถในเรื่องเติมเงิน+จ่ายบิล (นี่ถ้าเป็นเงินผ่อนจะไปตกอยู่ที่ราคาเท่าไร กดเครื่องคิดเลขกันเอาเองเลยนะ) แน่นอนลูกค้าหรือคนที่ต้องการจะเป็นเจ้าของตู้เติมเงินซักเครื่องย่อมคาดหวังในเรื่องของคุณภาพ หรือความสามารถที่สมราคากับค่าตัวที่ต้องควักตังค์จ่ายไป

มาถึงบทสรุปส่งท้าย ใครที่กำลังค้นหาข้อมูลในเรื่องไม่ว่าจะ ตู้เติมเงิน หรือตู้รับชำระบิลออนไลน์ ก็ต้องพิจารณาในสิ่งที่แต่ละที่แต่ละบริษัท สื่อสารกันออกมา ซึ่งอันไหนจริงแท้แน่นอน แอดมินคงยืนยันได้ในระยะเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ไม่มีใครที่กล้ายืนยันได้ตลอดเวลา เพราะแอดมินเคยเจอแบบออกตัวล้อฟรี รับประกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ของเจ้านี้เจ๋งจริง แต่พอเวลาผ่านไปความเจ๋งกลับดาวน์เกรดลงไปเรื่อยๆ

หวังว่า ตู้เติมเงิน AJ เติมสบาย ที่กล้าเอาความเก่าแก่ของชื่อสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้ามาร่วมด้วย คงไม่ทำให้ใครๆ ที่เขาคาดหวังไว้ผิดหวังกันนะครับ

ซิมดับ VS ตู้เติมเงินดับ

ซิมดับ VS ตู้เติมเงินดับ

model-meใกล้ถึงโค้งสุดท้ายที่จะสิ้นสุดคลื่นโทรศัพท์มือถือในระบบ 2G ค่ายมือถือแทบทุกค่ายต่างปรับกลยุทธทางการตลาดเพื่อก้าวเดินบนเส้นทางของ 3G และ 4G ในขณะเดียวกันกลับมีค่ายยักษ์ใหญ่กำลังดิ้นหนีตายเพราะสัมปทานคลื่น 900mh. กำลังจะสิ้นสุดลงเช่นกัน สรุปคือมันเรื่องของเขาผมไม่เกี่ยว ขอแค่มือถือเติมเงินของผมในค่ายนั้นซิมไม่ดับเป็นพอ แต่พอถึงจุดนี้กลับนึกขึ้นได้ว่ามือถือเครื่องที่ใช้อยู่ไม่รองรับ 3G เสียนี่ เฮ้อ! ดิ้นหนีตายเช่นกัน

ผลกระทบนี้ไม่เฉพาะค่ายมือถือ, ผู้ใช้งานที่ยังเป็นเครื่องแค่ระบบ2G อยู่ ตู้เติมเงินมือถือที่ใช้ซิม 2G โดยเฉพาะที่ยังเป็นระบบ 3 ซิม ถ้าไม่ดิ้นเปลี่ยนอุปกรณ์และซอฟแวร์บนเมนบอร์ดให้รองรับ 3G และ 4G ล่ะก็ เราคงจะได้ข่าวว่าตู้เติมเงินดับ ไปพร้อมๆ กับซิมดับ และเครื่องของบางคนที่ไม่สนใจเปลี่ยนใช้การไม่ได้อย่างแน่นอน

คงตลกน่าดูที่ชาวบ้านชาวช่องอย่างเราๆ จะได้มีโอกาสได้ยินคำว่า ตู้เติมเงินดับ (ใช้การไม่ได้) ซึ่งตู้ในระบบเก่าๆ โดยเฉพาะที่ไม่ได้เป็นตู้เติมเงินในระบบเซิร์ฟเวอร์มีโอกาส นิ่งสนิทปิดทำการ กันเป็นหลักหลายพันจนถึงหลักหมื่นตู้แน่นอน หากอัพเกรดกันไม่ทัน

งานนี้ไม่รู้จะฟ้องใครดี แต่ที่คาดเดาได้ไม่ยากเลยคือ งานนี้จะเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์อย่างแน่นอน