ราคาตู้เติมเงินต่างกันแล้วได้อะไร

ตู้เติมเงินออนไลน์ในบ้านเรานั้นมีหลากหลายราคามาก มีคนถามผมอยู่เสมอ และเป็นคำถามที่ถามมาบ่อยๆ อย่างเช่นว่า “มีราคาต่ำกว่านี้มั้ย?” “ทำไมที่อื่นราคาหมื่นกว่าบาท?” “ทำไมยี่ห้อของ…ราคาตั้ง…?” ทำไม…?

ซึ่งจะว่าไปแล้วการตั้งราคาของแต่ยี่ห้อจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ อยู่ที่อุปกรณ์ประกอบ และแบรนด์นั้นๆ เป็นตัวกำหนดหลัก ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายคนที่มีความสนใจอยากหาซื้อตู้เติมเงินมือถือ เพื่อมาให้บริการเติมเงินมือถือ ในทำเลของตัวเอง นั้นยังสับสนในเรื่องความหลากหลายของราคาเป็นอย่างมาก ผมจะสรุปคร่าวๆ ให้หายงงกันแบบนี้นะครับ

ก่อนอื่นขอพูดถึงอุปกรณ์มาตรฐานที่มีคล้ายๆ กันก่อนคือ ชุดบอร์ดควบคุม หรือแผงวงจรภายใน, อุปกรณ์แปลงไฟฟ้า และตัวโครงสร้างตู้ เหล่านี้จะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานซึ่งทุกตู้ยังไงก็ต้องมี อาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งจะไม่พูดซ้ำในการแจงส่วนประกอบอื่นๆ ในส่วนถัดไปนี้

ตู้เติมเงินระดับราคาในช่วง 1 หมื่นบาทกลางๆ-ปลายๆ (1x,xxx )

ในราคาระดับนี้ส่วนใหญ่จะมี ชุดอุปกรณ์มาตรฐาน(ที่ต้องมี) แต่อาจจะมีอุปกรณ์ตัวรับเหรียญ เพียงอย่างเดียว (ไม่มีตัวรับแบงค์) หน้าจอตัวเลข หรืออาจจะเป็นแบบจอดิจิตอล+ปุ่มกด บอร์ดส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 3 ซิม (เติมเงินมือถือได้ 3 ค่ายหลัก) และอาจจะเป็นบอร์ดรุ่นเก่าไม่รองรับการทำงานบนเครือข่าย 3-4G ระดับราคานี้ คนซื้อต้องยอมเหนื่อยในการนับเหรียญเอาหน่อย

ตู้เติมเงินระดับราคา 1 หมื่นบาทปลายๆ ถึง 2 หมื่นกลางๆ (1x,xxx – 2x,xxx )

ช่วงราคาค่าตัวในส่วนนี้จะเฟ้นกันหน่อย เพราะเป็นระดับที่มี * ค่อนข้างเยอะ เริ่มที่ชุดอุปกรณ์มาตรฐาน(ที่ต้องมี) มีอุปกรณ์ตัวรับเหรียญ ส่วนตัวรับแบงค์บางยี่ห้อมีให้ แต่บางยี่ห้อต้องซื้อเพิ่ม แต่อุปกรณ์หลัก 2 อย่างนี้ก็ยังแบ่งเป็นเกรดของแท้ และเกรด mirror (กระจกเงา/ส่องแล้วก็ยังเหมือนเป๊ะ) หน้าจอส่วนใหญ่เป็นแบบดิจิตอล+ปุ่มกด บอร์ดของตู้ในระดับราคานี้มีทั้งแบบระบบ 3 ซิม (เติมเงินมือถือได้ 3 ค่ายหลัก) หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งบอร์ดก็จะรองรับการทำงานบนเครือข่าย 3-4G แล้ว

ตู้เติมเงินระดับราคา 2 หมื่นบาทกลางๆ ถึง 3 หมื่นกลางๆ (2x,xxx – 3x,xxx )

ค่าตัวของตู้เติมเงินในระดับนี้ มักจะเป็นผู้ผลิตที่ทำกันมานาน เพราะควบคุมราคาต้นทุนของตู้ได้ พอมีกำไรที่จะใส่ของแท้ทั้งหมดเพื่อลดปัญหาในการวิ่งเคลมประกัน ส่วนใหญ่มีทั้งตัวรับเหรียญ และตัวรับแบงค์ บอร์ดมักจะทำเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์(ซิมเดียวสั่งการ) มากกว่าเป็นแบบ 3 ซิม(แบบเก่า) ที่รองรับการทำงานบนเครือข่าย 3-4G แล้ว หน้าจอเป็นแบบดิจิตอล+ปุ่มกด ในระดับราคานี้ ผู้ที่จะซื้อเบาใจได้ระดับหนึ่งว่าได้ของที่เหมาะสมกับราคา (ไม่ถูกและไม่แพงเกิน)

ตู้เติมเงินระดับราคา 3 หมื่นบาทกลางๆ ถึง 4 หมื่นปลายๆ (3x,xxx – 4x,xxx )

ในระดับราคานี้ผู้ผลิตมักจะอิงอุปกรณ์ที่ใช้ในระดับตู้ 2หมื่นปลายๆ เอามาเป็นส่วนประกอบหลักของตู้ ยกเว้นหน้าจอแสดงผล จะเคลมว่าเป็นจอแบบทัชสกรีน (แต่ใช้แท็บเล็ต 7 นิ้วแทน) และไม่มีปุ่มกดในการป้อนคำสั่งแล้ว ระดับนี้จะเป็นเซิร์ฟเวอร์แต่เพียงอย่างเดียว ราคาจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ส่วนประกอบ (แปลกอยู่อย่างที่ตัวรับเหรียญ และรับแบงค์ ใช้ยี่ห้อระดับที่โอเค แต่ทัชสกรีนมักใช้ของถูก แถมระบบปฎิบัติการแอนดรอย บางยี่ห้อยังเป็นเวอร์ชั่น 4.xx อยู่เลย) และจะเขียนแอพพริเคชั่นดักไว้เมื่อมีการเปิดเครื่องขึ้นมาในแต่ละครั้ง (ไม่เข้าหน้าจอปกติเหมือนแท็บเล็ตทั่วๆไป แต่จะเรียกโปรแกรมที่จะใช้งานขึ้นมาทันที) ส่วนใหญ่มักจะเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานในอนาคตกันเอาไว้ก่อน เช่นการจ่ายค่าสาธารณูปโภค, การจ่ายโน่นนี่นั่น ซึงเรื่องแบบนี้ยังต้องอาศัยระยะเวลาอีกช่วงหนึ่งที่จะให้ผู้มาใช้งานมีความมั่นใจที่จะมาทำรายการผ่านตู้นั้นๆ อย่าลืมว่าตู้เพิ่มออฟชั่นเหล่านี้ หากตั้งใกล้ร้านสะดวกซื้อที่มีบริการรับจ่ายบิล อย่างเช่น 7-11 ที่มีบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส เขาย่อมให้ความเชื่อถือในการทำรายการจ่ายค่าบริการต่างๆ กับคน (ที่ร้าน 7-11) และทั้งยังมีหลักฐานมีลายเซ็นยืนยัน มากกว่าที่จะมาทำผ่านเครื่องอย่างแน่นอน ยกเว้นถ้าจะซื้อไปตั้งจุดที่ห่างไกลแบบหาร้าน 7-11 ไม่เจอเลย นั่นย่อมมีโอกาสให้คนมาใช้ออฟชั่นเหล่านี้บ้าง

ตู้เติมเงินระดับราคา 5 หมื่นบาทขึ้นไป (5x,xxx UP)

เกือบจะเหมือนกันอีกอย่างก็คือ ในระดับราคานี้บริษัทผู้ผลิตมักจะอิงอุปกรณ์ที่ใช้ในระดับตู้ 2หมื่นปลายๆ เอามาเป็นส่วนประกอบหลักของตู้เช่นกัน แต่จะลงทุนในระบบจอทัชสกรีน หรือจอแท็บเล็ตที่รุ่นใหม่ขึ้น การใช้งานทั้งเติมเงิน ทั้งแบบออฟชั่นเสริมจ่ายบิลโน่นนี่นั่น มักมีมาเหมือนๆ ตู้ในระดับราคาที่ผ่านมา และลักษณะของการมาใช้งานของลูกค้าก็เหมือนๆ กัน แบบไม่ต้องเขียนซ้ำให้เปลืองเวลาอ่านเลย

แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ที่จะเป็นเจ้าของตู้เติมเงิน ควรที่จะมองจุดประสงค์หลัก และพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ที่จะมาใช้บริการ, คำนวนจุดคุ้มทุนให้เป็นก่อนดีกว่า ที่จะซื้อตามคำโฆษณา ยิ่งถ้าหลงไปซื้อตามออฟชั่นที่เคลมว่า “มีมากกว่า” (แต่ไม่มีใครใช้) จะยิ่งเป็นการซื้อที่สูญเปล่าเสียมากกว่า เพราะกว่าจะคืนทุนเจ้านี้คงต้องใช้คำว่า “อีกนาน” เลยล่ะ

เดี๋ยว! ยังมีต่ออีกหน่อย แถมในตอนท้าย (1 ฉากของหนังที่ถูกตัดออกไป)

บางคนอาจจะคิดว่า มีหลายยี่ห้อผ่อนได้เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้า “ชั้นเอากำไร หักแล้วส่งรายเดือน ไม่มีขาดทุน” อันนี้ก็อย่าได้ลืมว่า ของอะไรที่ผ่อนๆ กันได้ก็มักจะมีดอกเบี้ยมาเป็นตัวประกอบ และตัวประกอบที่เล่นบทตลกร้ายซะด้วยสิ สมมติว่า ดอกเบี้ย 1% ฟังแล้วถูกมากๆ เลย แต่มักจะมี * กำกับเล็กๆ ไว้ว่า “ต่อเดือน” นั่นหมายความว่า ดอกเบี้ยต่อปีก็เท่ากับ 12% แต่หากหลุดจากการสมมติไปแล้วล่ะ เรื่องจริงคือดอกเบี้ยมากกว่า 1% ต่อเดือนล่ะ แล้วต่อปีจะเป็นเท่าไร

ซื้อสดยังไงก็ถูกกว่าผ่อนเสมอ แต่ถ้าจะซื้อสดแล้วทำใจยากให้คิดซะว่า เงินจำนวนนี้พอๆ กับซื้อสมาร์ทโฟนชื่อผลไม้ รุ่นท็อปเครื่องหนึ่ง(แต่เงินไม่งอกเงยต่อ) เปลี่ยนเอามาลงทุนซื้อตู้เติมเงินซึ่งมีผลกำไรงอกเงยแน่นอน ผ่านไป 1 ปี ค่อยเอากำไรที่งอกเงย ไปซื้อสมาร์ทโฟนชื่อผลไม้ รุ่นท็อปกว่าเดิมก็ยังได้น้าาาา

วิธีเลือกตู้เติมเงินออนไลน์แบบรู้ทันคนขาย

วิธีเลือกตู้เติมเงินออนไลน์แบบรู้ทันคนขาย

สำหรับคนที่กำลังต้องการเป็นเจ้าของตู้เติมเงินออนไลน์ในยุคข้อมูลท่วมท้นนี้ คงจะต้องตาลายและสับสนกันหลายตลบ เกี่ยวกับการเลือกซื้อตู้เติมเงินมือถือ ซึ่งต้องเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของเจ้าอุปกรณ์เติมเงินมือถือ ที่มีออกมาให้เลือกกันเกลื่อนตลาด แน่นอนว่าทุกเจ้าย่อมงัดเอาคุณสมบัติเด่นๆ ออกมาเป็นตัวนำเสนอในการประกอบการตัดสินใจของว่าที่เจ้าของตู้เติมเงินออนไลน์

screen-top-up-1

แล้วคุณมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่ต้องการเป็นเจ้าของเจ้าอุปกรณ์เติมเงินอัตโนมัติ เอาแบบไม่ต้องคิดเยอะเอาเหตุผลหลักๆ ที่ผมคิดให้ก่อนเลยคือ ทุกวันนี้คงหายากสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้มือถือ แถมใน พ.ศ.นี้ (59)เป็นต้นไปก็จะมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมส่วนใหญ่เกิน 90% ของผู้ใช้ก็เป็นแบบเติมเงินมากกว่าผู้ใช้แบบรายเดือน แต่จุดที่จะเติมเงินในเวลายังมีอยู่จำกัดมาก จะว่าไปมันคือโอกาสไงที่จะเอาไอ้เจ้าเครื่องมือทำเงินไปตั้งให้บริการเพื่อที่จะทำงานทำเงินแทนเรา แบบนี้โอเคมั้ยครับ

ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ กลับมาเข้าเรื่องคุณสมบัติของตู้เติมเงินมือถือแบบออนไลน์ที่ดีที่สุดควรเป็นแบบไหน ค่อยๆ อ่านค่อยๆ คิดตามนะครับ รับลองไม่มึนงงแน่นอน อ่านให้จบเพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณครับ ว่าแล้วเราก็ลองมาพิจารณาร่วมกันเป็นข้อๆ กันดีกว่า

screen-top-up-2

  • ตู้หรือเครื่องเป็นระบบไหน

เป็นแบบสามซิมด้านใน หรือแบบเซิร์ฟเวอร์ สำหรับคนที่ยังไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ผมจะแจงง่ายๆ แบบนี้ครับ ระบบสามซิมเป็นระบบเก่าที่กำลังเสื่อมความนิยมลงไปเรื่อยๆ ข้างในตู้จะมีแผงวงจรรองรับการทำงานในแต่ละซิม ซึ่งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นค่ายโทรศัพท์ AIS ( One2C), Dtac (Happy) และ TureMove แต่อย่าลืมว่าเราก็ยังมีค่าย My ของ CAT, i-Mobile 3G และเพนกวิน (ซิม eco ในคอนเซ็ปโทรแบบเซฟๆ) มาอีกนะครับ แล้วตู้เติมเงินมันจะต้องแปลงร่างเป็นตู้แบบ 6 ซิมหรือเปล่า ไม่ต้องไปพูดถึงตู้เติมเงินระบบสามซิมที่ยังมีใช้กันอยู่ในปัจจุบัน บอกเลยว่าล้าหลังและอัพเกรดยากมาก หรือแย่สุดๆคือไม่ได้เลยแหละ เกือบลืมการเติมเงินเพื่อเตรียมรองรับผู้มาใช้บริการจากตู้ยังต้องแยกเติมเข้าแต่ละซิมอีกด้วย แถมถ้าลูกค้าที่เติมมีปัญหาจากการเติมยังต้องเคลมกับเจ้าของตู้เอง เพราะไม่มีคอลเซนเตอร์ให้บริการแน่นอน เรื่องนี้หน่วยงานรัฐก็กำลังเพ่งเล็งอยู่ด้วย

ระบบเซิร์ฟเวอร์ เป็นระบบที่ควบคุมดูแลจากส่วนกลางบนเซิร์ฟเวอร์ (เผื่ออาจจะยังมีใครไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์คืออะไร มันคือพื้นที่รับ-เก็บข้อมูล, ประมวลผลและตอบกลับแบบออนไลน์ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์หลักของผู้ให้บริการ) ระบบนี้จะเชื่อมโยงโดยอุปกรณ์รับส่งจากตู้เติมเงินผ่านโปรแกรมที่ใช้สื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ ให้ทำตามคำสั่งของลูกค้าที่มาทำรายการที่หน้าตู้เติมเงิน ซึ่งมีข้อดีกว่าตู้ในระบบสาซิมมากมายทั้งในเรื่องการอัพเดตโปรแกรมให้ทันสมัยผ่านระบบออนไลน์เลย การรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นของลูกค้าโดยมีคอลเซ็นเตอร์เป็นคนประสานในการแก้ปัญหาให้  การเติมเงินเข้าสู่ระบบก็ง่ายกว่าเพียงเติมยอดเดียวระบบจะแจงตามการใช้งานจริงของลูกค้าเอง แถมถ้าเป็นเจ้าของตู้เติมเงินระบบเซิร์ฟเวอร์หลายตู้จากผู้ให้บริการหรือยี่ห้อเดียวกัน ก็เติมยอดใช้บริการกระเป๋าเดียวยอดเดียวก็จบ ไม่ต้องแจงยอดตามซิมในแต่ละเครื่องเหมือนระบบสามซิม

layout-top-up-machine-3

  • เป็นแบบปุ่มกด หรือทัชสกรีน

ก่อนอื่นต้องตัดความรู้สึกส่วนตัวและสิ่งที่เคยรับรู้มาว่าทั้งแบบสัมผัส หรือปุ่มกดถูกกว่านั้นออกไปก่อน เอาความคุ้นเคยและความต้องการของผู้ใช้งานทั่วๆไปมาเป็นตัวตั้ง จากการที่เฝ้าสังเกตและรวบรวมข้อมูล ได้พูดคุยในบรรดาผู้คนที่คลุกคลี่กับตู้เติมเงิน ต่างสรุปกันเป็นเสียงเดียวกันว่า คนที่มาเติมเงินนั้นนิยมตู้ในระบบทัชสกรีนมากกว่าตู้ระบบปุ่มกด ถ้าตู้เติมเงินทั้งสองแบบตั้งคู่กันอยู่ก็เรียกได้ว่าจะเกิดการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับหน้าตาของตัวตู้ด้วยนะ แต่ถ้าหากในบริเวณนั้นไม่มีตู้เติมเงินแบบใดก็ตามตั้งอยู่ใกล้เคียงเลย ผู้ที่จะเติมเงินย่อมหมดทางเลือก มีแบบไหนก็ต้องเติมแบบนั้น

  • ใช้โปรแกรมแบบไหนในการควบคุมในแต่ละตู้

ลองนึกภาพเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ทั้งผู้ใช้ฝั่ง ไมโครซอฟวินโดว์ และฝั่งผู้ใช้ไอโอเอสของแอบเปิ้ล (ยั่งไม่รวมระบบปฎิบัติการอื่นอีกนะ) ตู้เติมเงินแต่ละตู้ต้องมีระบบปฎิบัติการที่เป็นซอฟแวร์คอยควบคุมสั่งงาน และทำการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งในตอนนี้จะมีทั้งของบริษัทที่เขียนซอฟแวร์มาโดยเฉพาะ กับฝั่งที่ใช้ซอฟแวร์ที่เขียนเพื่อให้ใช้ได้กับระบบแอนดรอย ทั้งสองแบบจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

ฝั่งที่เขียนซอฟแวร์เอง มักจะเขียนซอฟแวร์ลงในชิปบนเมนบอร์ด ซึ่งจะเป็นงานเฉพาะทางและมักจะมีปัญหาในตอนอัพเกรดโปรแกรม ซึ่งจะต้องมีคนมาอัพเดตที่ตัวเครื่อง หรือไม่ก็ต้องถอดเมนบอร์ดส่งกลับไปอัพเดต ที่สำคัญคนเขียนซอฟแวร์เพื่อควบคุมการสั่งการบนเมนบอร์ดมีไม่มาก หากว่าบริษัทนั้นๆ เสียบุคคลากรไป และไม่สามารถหาคนมารับช่วงการพัฒนาต่อไป ก็จะเกิดปัญหาเป็นลูกโซ่ไปจนถึงเจ้าของตู้ในอีกไม่นานหลังจากนั้น

ฝั่งที่ใช้โปรแกรมที่ใช้บนระบบแอนดรอย ฝั่งนี้มักใช้ตัวแท็บเล็ตเป็นหน้าจอสั่งงาน ซึ่งแทบจะตัดเมนบอร์ดหลังของฝั่งข้างต้นออกไปเลย การอัพเกรดก็สามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์ เท่ากับว่าประหยัดเวลาของทั้งบริษัทและเจ้าของตู้ที่จะอัพเกรดให้มีความสามารถต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลามาอัพเกรดที่จุดติดตั้งตู้ออนไลน์ทีละตู้ บุคคลากรในการพัฒนาโปรแกรมที่รันบนแอนดรอยก็หาได้ไม่ยาก ทำให้ปัญหาด้านนี้เล็กลงไปมาก

  • ใช้ตัวหยอดเหรียญ หรือตัวรับแบงค์ หรือทั้งสองอย่าง

ตู้รุ่นก่อนๆ มักจะมีแต่ตัวรับเงินที่เป็นอุปกรณ์หยอดเหรียญ จนคนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า ตู้เติมเงินหยอดเหรียญ หรือตู้หยอดเหรียญ ซึ่งตู้ไหนในปัจจุบันนี้มีแต่ตัวรับเหรียญต้องบอกได้เต็มปากว่า “เชย” สุดๆ โอเคตู้มันอาจจะถูกกว่า สำหรับคนที่จะลงทุนเป็นเจ้าของตู้ แต่ทุกวันนี้เกือบทั้งหมดมีอุปกรณ์รับแบงค์หรือรับธนบัตรติดตั้งกันอยู่แทบทุกตู้ในประเภทตู้เติมเงินมือถือออนไลน์ (อันนี้ไม่นับตู้ตระกูลเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญนะ) เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็พร้อมใช้ตู้ที่มีอุปกณ์รับแบงค์ติดตั้งอยู่

screen-top-up-3

  • ฟังก์ชั่นการรับชำระบิล

ทุกวันนี้ตู้เติมเงินก็ต้องอัพเกรดตัวเองอัพเกรดความสามารถไม่ได้ต่างจาก โทรศัพท์มือถือที่ต้องพัฒนาจนมาเป็นสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ตู้เติมเงินก็ต้องสามารถให้บริการรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นมาในปัจจุบันได้มากกว่าแค่การเติมเงินมือถือ, การเติมเกม แม้ว่าความใช้งานในเรื่องการรับชำระบิลผ่านตู้จะยังไม่มีมากก็ตาม แต่มีใครจะรู้ได้หรือไม่ว่าหากว่าผู้คนที่ใช้งานตู้เริ่มใช้งานอย่างคุ้นเคยแล้ว วันข้างหน้าเขาจะไม่ใช้บริการอื่นๆ ที่ตู้เติมเงินเหล่านั้นมีอยู่

“ตู้เติมเงินรุ่นเก่าๆ ที่เติมเงินได้เพียงอย่างเดียว ก็อาจจะถึงเวลาต้องปรับตัวเมื่อสถานะการณ์ที่มีตู้เติมเงินที่มีการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่องตั้งอยู่ใกล้ๆ แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้มาใช้บริการจะให้ความไว้วางใจในการจ่ายผ่านตู้แล้วหรือยังด้วยนะ”

  • อุปกรณ์หรือส่วนประกอบข้างในตู้เป็นอย่างไร

ข้อนี้อาจจะดูเหมือนไม่สำคัญเท่าไรนัก แต่ก็พอเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ เพราะตู้เติมเงินในยุคก่อนๆ จะใช้เมนบอร์ดติดตั้งอยู่ภายในพร้อมสายระโยงระยางเต็มไปหมด แต่กลับมีระบบเจาะช่องระบายความร้อนไม่ดี ทำให้ความร้อนที่เกิดจากอุปกรณ์ต่อพ่วงภายในสะสมอยู่ในตู้ เหมือนกับเราจอดรถตากแดดในตอนสายๆ ซึ่งอาจมีผลเพียงเล็กน้อยต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายใน แต่อย่าลืมว่าคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ไม่ว่าจะเป็นแบบตั้งโต๊ะหรือโน๊ตบุ๊คยังต้องมีพัดลมระบายอากาศเป็นส่วนประกอบ แต่ถ้าเป็นตู้ที่ใช้แท็บเล็ตเข้ามาประกอบเป็นหน้าจอแล้ว มักจะไม่มีค่อยมีปัญหาเรื่องความร้อนสะสมอยู่ภายใน เพราะอุปกรณ์ทั้งสายไฟและการเชื่อมต่อจะลดลงไปมาก

แต่ทุกตู้ต้องมีอุปกรณ์ปรับแรงดันไฟฟ้า และแบตเตอรี่สำรองเผื่อฉุกเฉินในกรณีที่ลูกค้ากำลังทำรายการอยู่หน้าตู้แล้วไฟดับ อ้อ..แต่ตู้เติมเงินสมัยนี้จะมีดีอีกอย่างหนึ่งคือ ประหยัดไฟฟ้ามากกว่าตู้รุ่นเก่าๆ มาก

  • การออกแบบตัวตู้และขาตั้ง

ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวพันธ์กับการติดตั้งในแต่ละพื้นที่ที่มีลักษณะอาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะในแต่ละสถานที่จุดตั้งวางหรือติดตั้งย่อมแตกต่างกันไป หลายๆ ที่มีหน้าร้านจุดตั้งวาง แต่บางทีกลับต้องใช้วิธีติดตั้งกับผนังอาคาร ทำให้การออกแบบตู้เติมเงินนั้นต้องสามารถติดตั้งบนแท่นขาที่มีมา หรือติดตั้งโดยยึดกับผนังได้ ซึ่งผมเองเคยเจอตู้เติมเงินและรับชำระบิลบางรุ่นออกแบบมาเป็นแบบตั้งกับพื้นเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถถอดขาตั้งแล้วไปยึดกับผนังได้เลย

ในเรื่องของการออกแบบ การให้สีสัน และหน้าตาของตัวตู้เติมเงินนั้นมีผลในแวบแรกของการตัดสินใจของผู้ที่จะมาใช้บริการในครั้งแรกๆ เป็นอย่างมาก หากออกแบบสวยและให้สีสันที่ลงตัวไม่ดูล้าหลัง ก็จะสามารถจะเรียกแขกหรือเชิญชวนได้ด้วยตัวของมันเองเป็นอย่างดี เรื่องนี้ลองนึกภาพว่ามนุษย์เราถ้าเป็นผู้ชาย หากเห็นผู้หญิงที่หน้าตาสวยและหุ่นดี ย่อมดึงดูดสายตา และโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน และถ้าเป็นผู้หญิงมองผู้ชาย ผู้ชายที่หน้าตาดี หุ่นดี และสะอาด ย่อมเป็นภาพที่ดึงดูดกว่าผู้ชายที่มีลักษณะตรงกันข้ามที่พูดมา

  • การเลือกจ่ายเงินสด หรือผ่อนชำระ

เรื่องนี้นับว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะคนที่อยากลงทุนเป็นเจ้าของตู้เติมเงินนั้นมีทุนในการเริ่มต้นไม่เท่ากัน บางคนพร้อมที่จะซื้อเงินสด และกับอีกหลายๆ คนไม่พร้อมที่จะเอาเงินสดมาจมอยู่กับการลงทุนในเรื่องนี้ การซื้อแบบผ่อนชำระจึงเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลของผู้ที่มีความตั้งใจจริงในการลงทุนในตู้เติมเงิน เพราะอย่างน้อยก็ยังเอากำไรที่เกิดจากการใช้บริการ และเปอร์เซ็นต์ส่วนลดจากค่ายโทรศัพท์มารวมกัน แล้วจ่ายเป็นเงินผ่อนชำระตู้ในแต่ละเดือน ซึ่งผมเองก็พบอยู่ในหลายๆ กรณีในบางพื้นที่ที่สามารถเอากำไรในส่วนนี้ในแต่ละเดือน ซึ่งเกินกว่าค่างวดขั้นต่ำมาผ่อนจ่ายได้แบบสบายๆ

แค่ถึงอย่างไรก็ตามการซื้อสดก็ยังถูกกว่าอยู่ดี เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในก่อนผ่อนชำระในแต่ละเดือน ไม่แน่ผ่อนไปผ่อนมาราคาอาจจะสูงมาทบเป็นอีกเท่าตัวก็ได้ หากราคาตัวตู้ไม่สูงซื้อสดยังไงก็ย่อมจะดีกว่าอยู่แล้ว ลองนึกดูสิครับขนาดสมาร์ทโฟนราคาเครื่องหนึ่งเป็นหมื่นหรือหลายหมื่น บางคนยังซื้อสดได้สบายๆ เลย ทั้งๆ ที่สมาร์ทโฟนเหล่านั้นตอบสนองการใช้งานแค่เจ้าของคนเดียว

  • บริษัทผู้ให้บริการเบื้องหลัง

ในยุค 3G และ 4G ครองเมืองนี้ มีบริษัทมากมายลงมาเล่นในตลาดให้บริการการเติมเงินและรับชำระบิล ซึ่งมีทั้งบริษัทใหญ่ที่แบบได้ยินชื่อแล้วต้องร้อง อ๋อ! และบริษัทเล็กที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงกันมาก่อน แต่ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

บริษัทใหญ่มีชื่อเสียง ย่อมเป็นที่รู้จักกันดี เป็นที่ไว้วางใจได้ในระดับหนึ่ง แต่กลับมีหลายบริษัทไม่เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานตู้เติมเงินออนไลน์ ทำให้พลาดรายละเอียดที่เจ้าของตู้และผู้มาใช้บริการต้องการได้

บริษัทเล็ก บางทีอาจไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน ย่อมไม่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าก่อน ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในข้อนี้กลับมีข้อได้เปรียบของบริษัทเล็กคือ มักจะนำคำแนะนำที่ได้จากเจ้าของตู้หรือผู้ใช้บริการ นำไปประยุกต์เพื่อให้เกิดการใช้งานสอดคล้องกับความเป็นจริง

มันมีเรื่องจริงอยู่ในช่วงหนึ่งว่า ผู้ผลิตตู้ที่เป็นบริษัทใหญ่ไม่สามารถปลั๊กอินระบบการรับชำระเงิน ได้เท่ากับบริษัทเล็กที่แม้แต่มาเปิดให้บริการภายหลังด้วยซ้ำ เรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าในปัจจุบันบริษัทใหญ่เหล่านั้นยังรออะไรกันอยู่หรือเปล่า

  • การบริการหลังการขาย

เป็นสิ่งที่ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของตู้เติมเงินออนไลน์เป็นกังวลกันมากที่สุด ส่วนใหญ่มักจะไม่หนีคำถามที่ว่า มีศูนย์บริการในพื้นที่หรือไม่ เพราะถ้าตู้ที่ตั้งอยู่เกิดมีปัญหาขึ้นมาจะเรียกเข้ามาดูแลได้ เรื่องนี้เป็นปัญหากันในทุกบริษัทไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ส่วนมากจะจบปัญหาได้จากการบริหารจัดการบุคลากรของบริษัทที่มีประสิทธิภาพทั้งของบริษัทเล็กและใหญ่

service-transformation

ซึ่งสุดท้ายแล้ว

การจะพิจารณาตัดสินใจร่วมหอลงเลือกว่าจะซื้อยี่ห้อไหน ของบริษัทใด อาจไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบและลงตัว 100% แต่ก็น่าจะสรุปได้ว่าเอาที่เหมาะสมกับคนใช้ในพื้นที่นั้นๆ และกำลังของเจ้าของผู้ลงทุนมากน้อยเพียงใด ก็คงต้องไตร่ตรองดูองค์ประกอบหลายๆ ข้อที่ได้รวบรวมมานำเสนอ  เพราะเรื่องนี้มันเปรียบเหมือนการแต่งงานเล็กๆ เลยทีเดียว เพราะถ้าเลือกผิดก็ต้องคิดจนเครื่องพัง หรือถ้าดีหน่อยก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ต่างกับเศษเหล็กไว้ดูต่างหน้า แล้วก็หาเครื่องเติมเงินรุ่นใหม่เจ้าใหม่มาจดทะเบียนกันแทน

หากคิดว่าบทความในเรื่องการการเลือกซื้อเป็นเจ้าของตู้เติมเงินออนไลน์อาจมีประโยชน์คนอื่น คุณสามารถแชร์ลิงค์ต่อไปได้  แต่ขอสงวนลิขสิทธิ์ในบทความนี้ ห้ามก็อปปี้ หรือคัดลอกบทความไปเผยโดยไม่ได้รับอนุญาติก่อน ( ติดต่อได้ที่ ยุทธ โทร. 095-592-8192 หรือไลน์ไอดี @Vending [อย่าลืมใส่@ด้วยนะครับ] )

 

 

ads-banner-aomsin-1