วันที่ 9 เดือน 9 ปี 59 ใครๆเขาก็ว่าวันดีในการเริ่มต้นทำอะไรไม่ว่าจะเรื่องงานหรือธุรกิจ แต่ผมในฐานะลูกค้าที่ซื้อตู้มากลับตัดสินใจยกเลิกการติดตั้งตู้เติมเงิน AJ ในวันนี้ ทั้งๆที่ยังไม่ครบ 1 ปีด้วยซ้ำ นับเป็นการตัดขาดทุนครั้งสำคัญก็ว่าได้ ผ่อนเดือนละพันกว่าบาท ที่ผ่านมาก็จ่ายไปร่วมหมื่นกว่าแล้ว หากถามว่าคุ้มมั้ย คงตอบได้หักทุกอย่างแล้วเสมอตัว

แต่คิดให้ละเอียดแล้วว่าถ้าปล่อยผ่อนครบ 5 ปี มีหวังเครื่องนี้ต้องจ่ายร่วม 7 หมื่นกว่าแน่ กับยอดเติมประมาณเดือนละ 500-600 ครั้ง (ถือว่าน้อยมาก) นั่นเท่ากับว่าต้องจ่ายค่าบริการเชื่อมระบบและประกันต่อเดือนๆ ละ 500-600 บาทเช่นกัน ผมคิดอีกหนึ่งตลบคือ 500×12 เท่ากับปีละ 6,000 แล้วถ้า 5 ปี คงต้องปาไป 30,000 แล้วถ้าไปรวมกับค่าตัวบวกดอกเบี้ย แตะแสนชัวร์

ถ้าคิดแบบเส้นตรง ถ้า 5 ปีทำแล้วไม่ได้อะไร เอาอะไรมาแทนที่ที่ทำแล้วได้กำไรดีกว่า

เพระฉะนั้นวันนี้ 9/09/59 ผมหยุดและตัดขาดทุนที่ผ่อนไปแล้ว หมืนกว่าบาทดีกว่าเดินหน้าผ่อนต่อจนจบ 5 ปี ยอมรับว่าผมมันงก คิดเอาเองเลยแบบไม่คิดซับซ้อนว่าขาดทุนวันนี้เซฟได้เกือบ 9 หมื่น ผมในฐานะผู้บริโภคยอมตัดขาดทุนที่ผ่อนมา เหมือนซื้อมอร์ไซด์ 1 คันแล้วผ่อนไม่ไหว ก็ปล่อยให้เขายึดคืนไปละกัน เราไม่ผิดเจ้าของมอร์ไซด์ที่ให้เราเช่าซื้อก็ไม่ผิด แค่เขาขอคืนตามที่ระบุในสัญญา แล้วเราก็ส่งคืนไปก็เท่านั้น

ไม่ใช่ของเขาไม่ดี แต่ผมสู้ไม่ไหว แง้มหน้าไพ่ดูแล้วใจไม่ถึง ชิงหมอบก่อนดีกว่า ลูกค้าที่มาใช้บริการมาเติมเงินอย่างเดียวแบบ  100% ความสามารถอย่างอื่นที่มีมากับตู้ ไม่มีใครมาใช้บริการเลย เราดันไปชอบฟังก์ชั่นเอง ไม่ถ่งไม่ถามคนในละแวกนี้ซ๊ากคำว่าเขาจะใช้มั้ย..ก็เลยมาถึงจุดสรุป

ลาก่อย Aj เติมสบาย (เธอว์ดีเกินไป และหวังว่าคงไม่มีใครมาอ่านบันทึกของเจ้าของตู้ๆหนึ่งเท่านั้นนะ มันเป็นเพียงไดอารี่ออนไลน์เท่านั้น)